บทที่ 2 อวัยวะบนใบหน้าที่หายไป

เขาหงุดหงิดจนอยากจะเตะระบายอารมณ์กับอะไรสักอย่าง พอหันขวับไปมอง พวกวิชัยก็พากันหนีหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงร่างไร้วิญญาณที่แขวนคออยู่บนต้นไม้ เขาจึงต้องข่มอารมณ์เอาไว้ แล้วทำได้แค่เตะก้อนหินที่พื้นระบายความอัดอั้น

ผู้กำกับส่งเด็กเส้นมาให้เขาจริงๆ เหรอเนี่ย แล้วแบบนี้คดีจะปิดลงได้ยังไง?

หน่วยงานอย่างทีมสืบสวนคดีพิเศษ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือพวกเด็กอายุน้อย ไร้ประสบการณ์ ดูท่าทางบอบบางสำอางเหมือนลูกคุณหนู แขนขาเล็กนิดเดียว ทนความลำบากไม่ได้แม้แต่นิด

แถมยังเป็นหมอนิติเวชอีกต่างหาก ถ้าเกิดชันสูตรพลาดขึ้นมาแม้แต่นิดเดียว ทิศทางการสืบสวนของพวกเขาก็ต้องเปลี่ยนตามไปด้วย

เผลอๆ อาจจะกลายเป็นการเสียแรงเปล่า

เรื่องแบบนี้ภูมิไม่กล้าเสี่ยงดวงด้วยหรอก

ดวงตาของชมพู่ไหววูบเล็กน้อย ก่อนสายตาจะไปหยุดอยู่ที่ภูมิ

ชายหนุ่มผมเผ้ายุ่งเหยิงทรงรังนก ปลายคางเขียวครึ้มไปด้วยตอหนวด ใต้ตามีรอยคล้ำจางๆ แต่กลับมีดวงตาหวานซึ้งทรงเสน่ห์ พอมองดูดีๆ แล้วกลับดูลึกลับน่าค้นหาอย่างประหลาด

เครื่องหน้าของเขาหล่อเหลาหมดจด แต่บุคลิกท่าทางยียวนกวนประสาทดูไม่เหมือนตำรวจสักนิด

ภูมิเองก็กำลังจ้องประเมินชมพู่อยู่เช่นกัน คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่นขึ้นเรื่อยๆ "นิติเวชไม่เหมาะกับสาวน้อยอย่างเธอหรอก เธอควรไปอยู่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ หรือไม่ก็ไปทำงานเลขาฯ ซะ"

งานนิติเวชต้องออกตรวจที่เกิดเหตุพร้อมทีมสืบสวน ถ้าสภาพจิตใจไม่แข็งแกร่งพอ เห็นศพแล้วอ้วกแตก คดีก็คงเดินหน้าต่อไม่ได้

ชมพู่ขมวดคิ้ว จ้องมองภูมิกลับอย่างไม่ลดละ แล้วพูดสวนกลับไปว่า "งั้นฉันก็คิดว่าพี่ภูมิไม่เหมาะจะเป็นตำรวจเหมือนกันค่ะ เพราะคงไม่มีตำรวจคนไหนแต่งตัวสภาพนี้มาตรวจที่เกิดเหตุ"

ภูมิหัวเราะออกมาด้วยความเหลืออด มองดูหญิงสาวที่ดูบอบบางอ้อนแอ้น แต่พอพูดออกมา วาจากลับเชือดเฉือนคมกริบ

"สภาพฉันก็ยังดีกว่าสภาพอย่างเธอ..."

ชมพู่ย้อนถามทันควัน "สภาพฉันมันทำไมคะ"

ภูมิเลือกใช้คำพูดอย่างระมัดระวัง "แขนขาเล็กนิดเดียว มือไม้บอบบางแบกหามอะไรก็ไม่ได้ เดี๋ยวเวลาออกปฏิบัติงาน พวกฉันยังต้องมาคอยดูแลเธออีก"

ชมพู่เม้มริมฝีปากเบาๆ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "พี่ภูมิคะ สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการชันสูตร ยิ่งยื้อเวลาไว้นานเท่าไหร่ เบาะแสที่มีประโยชน์ก็จะยิ่งเหลือน้อยลงเท่านั้น"

ภูมิเพิ่งจะมารู้ตัวทีหลังว่า ตัวเองโดนเด็กใหม่สั่งสอนเข้าให้แล้ว

สรุปคือเธอจะบอกว่า เขาแยกแยะเรื่องด่วนไม่เป็นงั้นสิ?

วิชัยเห็นท่าทีของทั้งคู่เริ่มจะเหมือนขิงก็ราข่าก็แรง จึงรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย "พี่ภูมิครับ หมอชมพู่เคยร่วมทำคดี 319 มาแล้วนะครับ พวกเราเชื่อใจเธอเถอะ การชันสูตรมันรอช้าไม่ได้จริงๆ..."

"ใช่ครับๆ ลูกพี่ ข้างนอกคนมุงดูเพียบเลย ถ้ามีรูปหลุดออกไป กระแสสังคมจะคุมยากนะครับ" ธนพลก็รีบช่วยพูดกล่อม

ภูมิส่งเสียงฮึในลำคอ ยอมหลีกทางให้ แต่ก็ยังยืนกอดอกมองอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาคมกริบราวกับจะทะลุทะลวง

วิชัยยิ้มแหยๆ ให้กับชมพู่ "คุณอย่าถือสาเลยครับ พี่ภูมิแกไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรหรอก... ว่าแต่ คุณชันสูตรเป็นจริงๆ ใช่ไหมครับ"

เขาถามด้วยความเกรงใจ

ชมพู่สวมเสื้อกาวน์เรียบร้อย หิ้วกล่องเครื่องมือเดินไปที่ใต้ต้นไม้ เงยหน้ามองหญิงสาวที่ผูกคอตายอยู่บนนั้น นัยน์ตาสีดำขลับของเธอสั่นไหวระริก

ราวกับร่างถูกแช่แข็งไปชั่วขณะ

ภูมิขยับชุดนอนให้เข้าที่ พลางขมวดคิ้ว "ถ้าไม่ไหวก็กลับไป ผมขอเปลี่ยนหมอนิติเวชคนใหม่ได้"

ชมพู่กัดฟันแน่น พูดขึ้นว่า "ส่วนสูงฉันไม่ถึง รบกวนพวกพี่ช่วยนำร่างผู้ตายลงมาให้หน่อยค่ะ"

วิชัยกับธนพลรีบกุลีกุจอเข้าไปช่วยนำศพลงมาอย่างระมัดระวัง

ชมพู่จึงได้นั่งลงตรงหน้าศพ แววตาเปลี่ยนเป็นเย็นชา ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ

พอเธอเริ่มลงมือชันสูตรเบื้องต้น ทุกคนต่างก็จ้องมองจนตาค้าง

เธอมีความเป็นมืออาชีพมากกว่าที่พวกเขาจินตนาการไว้เสียอีก

หลังจากวินิจฉัยเสร็จ ชมพู่ก็เอ่ยขึ้น "ดวงตาของผู้ตายถูกควักออกด้วยเครื่องมือผ่าตัดเฉพาะทาง ร่างกายไม่มีบาดแผลภายนอกที่ชัดเจน และไม่มีร่องรอยการถูกล่วงละเมิดทางเพศค่ะ"

ปลายนิ้วเรียวขาวของเธอเขี่ยเชือกที่รัดคอผู้ตายเบาๆ ลักษณะการผูกเงื่อนดูแปลกประหลาด มันเป็นเงื่อนกระตุก ยิ่งผู้ตายดิ้นรน เชือกก็จะยิ่งรัดแน่นขึ้น

จนทำให้ลำคอของผู้ตายมีรอยขีดข่วนมากมาย เลือดที่ซึมออกมาได้แข็งตัวไปแล้ว

ชมพู่หันไปมองภูมิ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "พี่ภูมิคะ ตรงนี้คือจุดเกิดเหตุแรก คนร้ายอาจเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ลงมือได้เชี่ยวชาญมากค่ะ"

ภูมิมองเธอด้วยสายตาขรึมลง พลางครุ่นคิด คนร้ายมักจะเอาชิ้นส่วนจากร่างกายเหยื่อไปไม่ซ้ำกัน งั้นครั้งหน้าจะเป็นอะไร?

หรือบางที อาจจะไม่ได้มีแค่สี่ศพ อาจจะมีศพอื่นที่พวกเขายังไม่พบอีก

แต่ผู้ตายทั้งสี่คนกลับไม่มีความเชื่อมโยงกันเลย

ภูมิถามต่อ "แล้วมีอะไรอีก?"

"รายละเอียดเจาะจงต้องรอผ่าพิสูจน์ก่อนถึงจะยืนยันได้ค่ะ พรุ่งนี้ก่อนค่ำ ฉันจะส่งรายงานนิติเวชให้"

พูดจบ ชมพู่ก็ลุกขึ้น เดินตามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังนำศพกลับโรงพักไป

ภูมิจ้องมองแผ่นหลังของหญิงสาวที่เดินจากไป แล้วเดาะลิ้นอย่างขัดใจ

ตอนนั้นเอง ตำรวจฝ่ายสอบสวนก็เดินเข้ามา กระซิบรายงาน "พี่ภูมิครับ คนกวาดขยะบอกว่าปกติป่านี้จะมีคนแก่มาออกกำลังกาย รำไทเก็กกันตั้งแต่เช้าตรู่ เขาไม่เห็นคนน่าสงสัยเลย วันนี้มาเก็บขยะตามปกติก็มาเจอศพเข้า"

ถ้าคนพลุกพล่าน รอยเท้าก็จะแยกแยะได้ยาก เพราะใครก็อาจจะเหยียบย่ำลงไปได้ เบาะแสหลายอย่างก็อาจถูกทำลาย

ภูมินึกถึงคำพูดของชมพู่ จึงสั่งการเสียงเข้ม "ไปตรวจสอบดูว่าคนที่เข้าออกสวนสาธารณะบ่อยๆ มีพวกหมอหรือพยาบาลบ้างไหม"

"คนร้ายเก่งเรื่องการพรางตัว อย่าปล่อยผ่านรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เด็ดขาด"

ภูมิก้มลงมองเสื้อผ้าของตัวเอง แล้วจู่ๆ ก็ถามขึ้นว่า "ชุดนี้มันดูไม่เอาไหนมากเลยเหรอ"

ลูกน้องถึงกับอึ้ง มองเจ้านายตั้งแต่หัวจรดเท้า นินทาเจ้านายซึ่งหน้าแบบนี้ก็ได้เหรอ?

ภูมิสั่งปิดพื้นที่เกิดเหตุ เนื่องจากเบาะแสน้อยเกินไป พวกเขาจึงรีบกลับโรงพัก

หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมา แววตาของเขาก็ดูดุดันขึ้น พูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก "นี่ผ่านไปเดือนนึงแล้ว ยังไม่ได้เบาะแสคนร้ายสักอย่าง พวกมึงทำงานประสาอะไรกันวะ"

พวกเขาขุดคุ้ยประวัติผู้ตายจนพรุนไปหมดแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างผู้ตายกับคนร้ายเลย

คนทั้งทีมสืบสวนคดีพิเศษเงียบกริบกันไปทั้งห้อง ต่างพากันตัวสั่นงันงก

ธนพลที่ปกติขี้กลัวอยู่แล้วยิ่งก้มหน้าต่ำลงไปอีก ปากบ่นพึมพำงุบงิบแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรเสียงดัง

ชาคริตชะงักมือที่กำลังเคาะคีย์บอร์ด

บางทีเขาก็คิดว่านี่อาจจะเป็นแก๊งอาชญากร ไม่อย่างนั้นทำไมถึงหลบเลี่ยงกล้องวงจรปิดได้ทุกครั้ง หรือไม่ก็เลือกก่อเหตุตอนที่กล้องเสียพอดี

ภูมิเดินไปที่กระดานรูปคดี บนนั้นมีข้อมูลเขียนแปะไว้เต็มไปหมด เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย ยิ้มเยาะมุมปาก "ประวัติผู้ตายสืบได้หรือยัง"

ทั้งห้องเงียบสนิท ต่างคนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

วิชัยหันไปมองธนพล ด้วยสายตาที่สื่อว่า 'มึงไม่ได้สืบเหรอ'

ธนพลหันไปมองชาคริต ชายหนุ่มเงียบกริบไม่ตอบคำถาม

ภูมิเริ่มเคาะโต๊ะด้วยความหงุดหงิด แววตาเย็นชาขึ้นเรื่อยๆ อาการปวดขมับเริ่มตุบๆ ขึ้นมา ทันใดนั้น ก็มีเสียงหวานใส ดังขึ้น

"ผู้เสียชีวิตชื่ออัญมณี อายุ 25 ปี เป็นครูสอนเต้น ทำงานที่สตูดิโอเต้น Single Color สถานะโสด พ่อแม่อยู่ต่างจังหวัด ตอนนี้ยังไม่ได้แจ้งให้ทราบค่ะ"

พูดจบ ชมพู่ก็เดินเข้ามาพร้อมกอดเอกสารปึกหนึ่ง แล้วยื่นส่งให้ภูมิ

ไฟโทสะที่สุมอยู่ในอกของภูมิ ถูกเธอดับลงไปดื้อๆ อย่างน่าประหลาด

ภูมิก้มลงมอง เอกสารแผ่นแรกคือภาพวาดที่ดูแปลกตา แต่กลับให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก

ในภาพวาดนั้น ผู้หญิงคนดังกล่าวไม่มีปาก แต่เครื่องหน้าส่วนอื่นๆ กลับเข้ากันได้อย่างน่าอัศจรรย์กับชิ้นส่วนที่ผู้ตายสูญเสียไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป